ตัวแปร X/Y/M/C/T/D และชุดคำสั่งแลดเดอร์บน IOTMaster MT200 ครบทุกสัญลักษณ์ | VR Automation

วันที่ 17 สิงหาคม 2569 | บทความความรู้เชิงเทคนิค | VR Automation

เกตเวย์ Hi-Flying MT200 เขียนโปรแกรมแลดเดอร์ได้เหมือน PLC จริง แต่ชุดตัวแปรและสัญลักษณ์คำสั่งมีรูปแบบเฉพาะที่ต่างจาก Mitsubishi หรือ Siemens โดยเฉพาะรูปแบบแอดเดรสที่ต้องนำหน้าด้วยหมายเลขโมดูลขยาย เช่น 01#X1 บทความนี้รวบรวมชนิดตัวแปรทั้ง 8 กลุ่มและสัญลักษณ์คำสั่งทุกตัวจากคู่มือ Ladder Diagram Programming ของ Hi-Flying ให้ครบในหน้าเดียว

ชนิดตัวแปรบน IOTMaster Ladder

ตัวแปร ความหมาย รูปแบบเขียน รายละเอียดจากคู่มือ
X พอร์ต DI (อินพุตดิจิทัล) 01#X1 01# คือแอดเดรสของโมดูล I/O ขยาย ใช้ได้ 1–31 · X คือพอร์ตอินพุต · เลขท้ายคือหมายเลขช่อง
Y พอร์ต DO (เอาต์พุตดิจิทัล) 01#Y1 โครงสร้างเดียวกับ X แต่เป็นฝั่งเอาต์พุต
M รีจิสเตอร์ตรรกะ (บิตช่วย) M0 ใช้ได้เฉพาะภายในโมดูลนี้ ทำหน้าที่เหมือนบิตหน่วยความจำ ไม่มีเอาต์พุตจริง
C ตัวนับ C0 รีจิสเตอร์ 16 บิต · เมื่ออินพุตเปลี่ยน 0→1 นับเพิ่ม 1 · เมื่อค่านับ ≥ ค่าที่ตั้ง สถานะเป็น 1
T ตัวตั้งเวลา T0 รีจิสเตอร์ 16 บิต · เริ่มนับเมื่ออินพุต 0→1 · นับต่อขณะยังเป็น 1 · หยุดและรีเซ็ตเป็น 0 เมื่ออินพุตเป็น 0 · ครบเวลาแล้วสถานะเป็น 1
D รีจิสเตอร์ตัวเลข D0 รีจิสเตอร์ 16 บิต ใช้เก็บค่าตัวเลขภายในโมดูล
AX พอร์ต AI (อินพุตอนาล็อก) AX… เป็นรีจิสเตอร์ตัวเลข
AY พอร์ต AO (เอาต์พุตอนาล็อก) AY… เป็นรีจิสเตอร์ตัวเลข
⚠️ ข้อควรระวัง: จุดที่ต่างจาก PLC ทั่วไปมากที่สุดคือคำนำหน้าหมายเลขโมดูล — เขียน X1 เฉยๆ ไม่ได้ ต้องระบุว่าเป็นช่องของโมดูลขยายตัวที่เท่าไร เช่น 01#X1 หมายถึงอินพุตช่อง 1 ของโมดูลขยายตัวที่ 1 ถ้าเปลี่ยนลำดับการเสียบโมดูลบนราง แอดเดรสทั้งโปรแกรมจะเลื่อนตาม จึงควรล็อกลำดับโมดูลไว้ตั้งแต่ออกแบบตู้

สัญลักษณ์คำสั่งฝั่งอินพุต

  • อินพุตปกติ: เมื่อเส้นอินพุตเป็น 1 และพอร์ตเป็น 1 → เส้นเอาต์พุตเป็น 1 · ใช้ได้กับ X/Y/M/C/T
  • อินพุตกลับสถานะ (Inverted): เมื่อเส้นอินพุตเป็น 1 และพอร์ตเป็น 0 → เส้นเอาต์พุตเป็น 1
  • ขอบขาขึ้น (Rising edge input): เมื่อพอร์ตเปลี่ยน 0→1 เส้นเอาต์พุตเป็น 1 หนึ่งรอบสแกน แล้วกลับเป็น 0
  • ขอบขาลง (Falling edge input): เมื่อพอร์ตเปลี่ยน 1→0 เส้นเอาต์พุตเป็น 1 หนึ่งรอบสแกน แล้วกลับเป็น 0

คู่มือย้ำว่าสำหรับ C และ T สัญลักษณ์อินพุตจะบอกเพียงว่าครบค่านับหรือครบเวลาแล้วหรือยัง ไม่ได้อ่านค่าดิบข้างใน

สัญลักษณ์คำสั่งฝั่งเอาต์พุตและพิเศษ

คำสั่ง การทำงาน ชนิดที่ใช้ได้
Output เมื่อเส้นอินพุตเป็น 1 พอร์ตเอาต์พุตถูกตั้งเป็น 1 Y / M / C / T
Inversion กลับสถานะของเส้น: อินพุต 1 → เอาต์พุต 0
Rising edge เส้นเปลี่ยน 0→1 → เอาต์พุตเป็น 1 หนึ่งรอบสแกน
Falling edge เส้นเปลี่ยน 1→0 → เอาต์พุตเป็น 1 หนึ่งรอบสแกน
Periodic output เอาต์พุตเป็นจังหวะ ตั้งสัดส่วนเวลาช่วงขึ้นและช่วงลงแยกกันได้
Timing operation ตั้งการจับเวลาแบบครั้งเดียวหรือแบบวนซ้ำได้
Numerical input เมื่อเส้นเป็น 1 ให้ตัดสินเงื่อนไขจากค่าตัวเลข แล้วให้ผลเป็น 0 หรือ 1 D / C / T
Numerical output เมื่อเส้นเป็น 1 ให้ดำเนินการทางตัวเลขกับพอร์ตนั้น D / C

กฎการต่อสายในผังแลดเดอร์

คู่มืออธิบายลำดับการทำงานไว้ชัดเจน ซึ่งช่วยให้ดีบักง่ายขึ้นมาก

  1. ต่ออนุกรม = AND: วาง 01#X1 ต่อด้วย 01#X2 แล้วออก 01#Y1 หมายถึง X1 และ X2 ต้องเป็นจริงพร้อมกัน ลำดับประมวลผลคือ X1 → X2 → Y1
  2. ต่อขนาน = OR: วาง 01#X3 ขนานกับ 01#X1 แล้วอนุกรมกับ 01#X2 จะได้ (X1 OR X3) AND X2 → Y1
  3. หลายเอาต์พุตในรังเดียว: ประมวลผลไล่ตามลำดับ X1 → X2 → Y1 → X3 → Y2
  4. การตั้งค่าเริ่มต้น: ใช้คำสั่งขอบขาขึ้นที่ต่อกับบัสโดยตรงเท่านั้น เช่น ตั้งค่า D0 = 100 ตอนสตาร์ต คู่มือระบุว่าเฉพาะคำสั่งขอบขาขึ้นที่ต่อกับบัสตรงจึงจะใช้กำหนดค่าเริ่มต้นให้ตัวแปรได้
💡 Pro Tip: ในระบบ IEC 61131-3 แลดเดอร์จะสแกนจากซ้ายไปขวา บนลงล่าง MT200 ก็ยึดหลักเดียวกัน — ผลของรังบนจึงส่งผลถึงรังล่างในรอบสแกนเดียวกัน ถ้าเขียนเอาต์พุตตัวเดียวกันซ้ำหลายรัง ค่าที่มีผลจริงคือรังล่างสุด ควรเลี่ยงการเขียน coil ซ้ำเพื่อไม่ให้ตามแก้ยาก

ปุ่มลัดที่ควรจำ

คู่มือระบุคีย์ลัดพื้นฐานของเครื่องมือพัฒนาแลดเดอร์ไว้ดังนี้: Ctrl+O เปิดโปรเจกต์, Ctrl+X ปิดโปรเจกต์, Ctrl+S บันทึก, Ctrl+Q ออกจากโปรแกรม, Ctrl+L เข้าโหมดลากเส้นเชื่อม, Ctrl+C โหมดคัดลอกสัญลักษณ์, Ctrl+D โหมดลบสัญลักษณ์, Esc ออกจากโหมดปัจจุบัน และ Ctrl+A ดูข้อมูลเวอร์ชันซอฟต์แวร์

เมนู Debug แยกเป็นสองส่วน คือ Simulation debugging สำหรับจำลองการทำงานบนคอมพิวเตอร์ และ Device debugging สำหรับเชื่อมอุปกรณ์จริง อ่านโปรแกรมจากอุปกรณ์ ดาวน์โหลดโปรแกรมลงอุปกรณ์ และออกจากโหมดดีบักกลับสู่โหมดแก้ไข

สรุปชนิดตัวแปรบน IOTMaster Ladder

FAQ

ถาม: ใช้โมดูลขยายได้สูงสุดกี่ตัว?
ตอบ: รูปแบบแอดเดรสรองรับ 01# ถึง 31# ส่วนคู่มือฮาร์ดแวร์ MT200-W ระบุว่าระบบหนึ่งชุดประกอบด้วยเกตเวย์บัส 1 ตัว กับอุปกรณ์ขยายบัส H-BUS ได้ 1–32 ชุด

ถาม: ตัวนับกับตัวตั้งเวลาต่างกันตรงไหน?
ตอบ: C นับจำนวนครั้งที่อินพุตเปลี่ยนจาก 0 เป็น 1 ส่วน T นับเวลาต่อเนื่องขณะอินพุตยังเป็น 1 และจะรีเซ็ตค่ากลับเป็น 0 ทันทีที่อินพุตกลายเป็น 0

ถาม: ตัวแปร M เก็บค่าไว้ตอนไฟดับไหม?
ตอบ: คู่มือระบุว่า M เป็นรีจิสเตอร์ตรรกะที่ใช้ภายในโมดูล ทำหน้าที่เหมือนบิตหน่วยความจำระหว่างทำงาน หากต้องการค่าที่คงอยู่ข้ามการปิดเครื่อง ควรออกแบบให้ส่งค่าขึ้นเซิร์ฟเวอร์หรือใช้กลไกเก็บค่าที่ระดับโปรเจกต์แทน

ดูอุปกรณ์ PLC และคอนโทรลเลอร์ทั้งหมดได้ที่ หมวด PLC vrautomation.co.th

แหล่งข้อมูลและมาตรฐานอ้างอิง

  1. Catalog: MT200/Ladder Diagram Programming User Manual/Ladder Diagram Programming User Manual.pdf — VR Automation อ่านตารางชนิดตัวแปร สัญลักษณ์คำสั่ง และกฎการต่อสายโดยตรงจากไฟล์
  2. Hi-Flying — MT200-W Programmable Gateway — อ้างอิงความสามารถการเขียนแลดเดอร์ในตัวเกตเวย์และการควบคุม I/O
  3. PLC Academy — IEC 61131-3 Ladder Diagram Symbols — อ้างอิงนิยามสัญลักษณ์คอนแทกต์ ขอบขาขึ้น/ขาลง และคอยล์ตามมาตรฐานสากล

สนใจสั่งซื้อเกตเวย์ Hi-Flying MT200?

สนใจสั่งซื้อ เกตเวย์โปรแกรมได้ Hi-Flying MT200?

VR Automation จำหน่ายและให้บริการติดตั้ง พร้อมทีมช่างผู้เชี่ยวชาญ

โทรสอบถามราคา: 083-848-8314

อีเมล: [email protected]

Line: @vrautomation

vrautomation.co.th

สต๊อกกรุณาสอบถาม | รับประกันสินค้า | บริการหลังการขาย | ออกใบกำกับภาษีได้

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *