Surge Protection Device (SPD) Type 1 vs Type 2 vs Type 3 เลือกป้องกันเสิร์จและฟ้าผ่าแบบไหนให้ครบ

SPD (Surge Protection Device) แบ่งเป็น 3 ประเภทตามตำแหน่งติดตั้งและระดับพลังงานเสิร์จที่ต้องรับมือ ได้แก่ Type 1, Type 2 และ Type 3 การเข้าใจบทบาทของแต่ละประเภทและการติดตั้งร่วมกันอย่างถูกต้องเป็นหัวใจสำคัญของการป้องกันอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ในตู้คอนโทรล เช่น PLC และ HMI จากความเสียหายจากฟ้าผ่าและเสิร์จไฟฟ้า
บทบาทของ SPD แต่ละประเภท
SPD Type 1 ติดตั้งที่ตู้เมนไฟฟ้าหลัก (Service Entrance) ทำหน้าที่รับมือกระแสฟ้าผ่าโดยตรงหรือใกล้เคียง มีรูปคลื่นทดสอบมาตรฐาน 10/350 ไมโครวินาที และรับกระแสอิมพัลส์ (Iimp) ได้ 12.5-50 กิโลแอมป์ ส่วน SPD Type 2 ติดตั้งที่ตู้จ่ายไฟย่อย (Distribution Board) ทำหน้าที่รับมือเสิร์จตกค้างที่ผ่าน Type 1 มาแล้วหรือเสิร์จจากการสวิตชิ่งภายในระบบ มีรูปคลื่นทดสอบ 8/20 ไมโครวินาที กระแสพิกัด (In) 5-20 กิโลแอมป์ และ SPD Type 3 เป็นอุปกรณ์ป้องกันจุดใช้งาน (Point-of-Use) สำหรับอุปกรณ์ไวต่อสัญญาณโดยเฉพาะ ต้องติดตั้งร่วมกับ Type 2 เสมอ ไม่สามารถใช้เดี่ยว ๆ ได้
ตารางเปรียบเทียบ SPD Type 1 / 2 / 3
| ประเภท | ตำแหน่งติดตั้ง | รูปคลื่นทดสอบ/พิกัดกระแส | ขนาดสายไฟที่แนะนำ |
|---|---|---|---|
| Type 1 | ตู้เมนไฟฟ้าหลัก (Service Entrance) | 10/350µs, Iimp 12.5-50 kA | L/N > 6 mm², PE ≥ 16 mm² |
| Type 2 | ตู้จ่ายไฟย่อยทุกตู้ (Distribution Board) | 8/20µs, In 5-20 kA | L/N > 2.5 mm², PE ≥ 6 mm² |
| Type 3 | หน้าอุปกรณ์ไวต่อสัญญาณ (PLC/HMI/เซนเซอร์) | ต้องมี Type 2 ติดตั้งนำหน้าเสมอ | ตามคำแนะนำผู้ผลิตอุปกรณ์ |

การใช้งานในตู้คอนโทรลอุตสาหกรรม
- โรงงานที่มีความเสี่ยงฟ้าผ่าสูงหรืออยู่ในพื้นที่โล่ง — ต้องติดตั้ง Type 1 ที่ตู้เมนเป็นด่านแรกเสมอ
- ตู้คอนโทรล PLC/HMI ทุกตู้ — ควรมี Type 2 ที่ตู้จ่ายไฟย่อยของแต่ละตู้เป็นอย่างน้อย เพื่อป้องกันเสิร์จตกค้างที่ผ่านมาจากระบบสายไฟหลัก
- อุปกรณ์สื่อสารและวัดคุมที่ไวต่อสัญญาณเป็นพิเศษ — เช่น โมดูลอนาล็อกความละเอียดสูง หรือ Media Converter ควรเสริม Type 3 ที่หน้าอุปกรณ์นั้นโดยตรง ร่วมกับ Type 2 ที่มีอยู่แล้ว
FAQ
ถาม: จำเป็นต้องติดตั้งทั้ง 3 ประเภทหรือไม่?
ตอบ: ขึ้นกับความเสี่ยงของพื้นที่และความสำคัญของอุปกรณ์ โดยหลักการทั่วไปคือยิ่งมีการป้องกันหลายชั้น (Cascaded Protection) ยิ่งลดความเสี่ยงความเสียหายของอุปกรณ์ปลายทางได้มากขึ้น โดยเฉพาะ PLC/HMI ที่มีมูลค่าสูงและกระทบต่อการผลิตหากเสียหาย
ถาม: SPD มีอายุการใช้งานหรือไม่?
ตอบ์: มี SPD ส่วนใหญ่มีตัวบ่งชี้สถานะ (Status Indicator) แสดงเมื่อองค์ประกอบป้องกันภายในเสื่อมสภาพจากการรับเสิร์จสะสม ควรตรวจสอบตามรอบบำรุงรักษาและเปลี่ยนเมื่อตัวบ่งชี้แจ้งเตือน
ถาม: ติดตั้ง SPD แล้วยังต้องมีสายดินที่ดีอยู่หรือไม่?
ตอบ: จำเป็นอย่างยิ่ง เพราะ SPD ทำงานโดยเบี่ยงกระแสเสิร์จลงกราวด์ หากระบบกราวด์ไม่ดีหรือมีอิมพีแดนซ์สูง ประสิทธิภาพการป้องกันของ SPD จะลดลงอย่างมากไม่ว่าจะเป็น SPD คุณภาพดีเพียงใดก็ตาม
สรุป
การป้องกันเสิร์จที่มีประสิทธิภาพต้องใช้ SPD หลายชั้นทำงานร่วมกัน โดย Type 1 ดักพลังงานฟ้าผ่าที่ต้นทาง Type 2 ลดเสิร์จตกค้างที่ตู้จ่ายไฟย่อย และ Type 3 ป้องกันจุดใช้งานสุดท้าย พร้อมทั้งต้องคำนึงถึงความยาวสายเชื่อมต่อและคุณภาพระบบกราวด์ควบคู่กันเสมอ เพื่อปกป้องอุปกรณ์ PLC, HMI และระบบควบคุมมูลค่าสูงในตู้คอนโทรล
ดูสินค้ากลุ่มอุปกรณ์ป้องกันไฟฟ้าได้ที่ หน้าร้านค้า vrautomation.co.th

ปรึกษาวิศวกร VR Automation เรื่อง Surge Protection Device
VR Automation จำหน่ายและให้บริการติดตั้ง PLC, HMI, Inverter, Servo, Sensor และสายสัญญาณอุตสาหกรรม พร้อมทีมช่างผู้เชี่ยวชาญให้คำปรึกษาการเลือกใช้งานจริง
โทรสอบถาม: 083-848-8314
อีเมล: [email protected]
Line: @vrautomation
สต๊อกกรุณาสอบถาม | รับประกันสินค้า | บริการหลังการขาย | ออกใบกำกับภาษีได้
แหล่งข้อมูลและมาตรฐานอ้างอิง
- LSP — SPD Type 1 vs Type 2 vs Type 3: The Complete Guide — อธิบายพิกัดกระแสและรูปคลื่นทดสอบของ SPD แต่ละประเภท
- VIOX — 3 Types of SPD: Type 1 vs Type 2 vs Type 3 Explained — แนวทางเลือกและติดตั้ง SPD ตามตำแหน่งในระบบไฟฟ้า
- Engineer Tsai — Where to Install SPD Type 1 Type 2 Type 3 — คู่มือตำแหน่งติดตั้งและขนาดสายไฟที่แนะนำสำหรับ SPD แต่ละประเภท
