8 ฟังก์ชันขั้นสูงของ USR-TCP232-304 PUSR ที่ช่างส่วนใหญ่ไม่ได้เปิดใช้: Identity Packet, Index, Non-persistent Connection และ Timeout Reset
USR-TCP232-304 ถูกใช้เป็นเพียงตัวแปลง RS485 เป็น Ethernet แบบ transparent ในงานส่วนใหญ่ ทั้งที่ในเฟิร์มแวร์มีฟังก์ชันระดับระบบซ่อนอยู่อีกหลายตัว บทความนี้อธิบายฟังก์ชันในหมวด Features ทั้งแปดตัวจากคู่มือผู้ผลิต พร้อมค่าพารามิเตอร์จริงและสถานการณ์ที่ควรเปิดใช้แต่ละตัว
ทำไมต้องรู้จักฟังก์ชันเหล่านี้
ในงานที่มีอุปกรณ์แปลงสัญญาณเพียงตัวเดียวและเซิร์ฟเวอร์ตัวเดียว โหมด transparent ธรรมดาก็เพียงพอ แต่เมื่อระบบขยายเป็นหลายสิบจุด เชื่อมกับเซิร์ฟเวอร์กลางตัวเดียวกัน หรือทำงานผ่านลิงก์ที่ไม่เสถียร ปัญหาที่ตามมาคือเซิร์ฟเวอร์แยกไม่ออกว่าข้อมูลมาจากเครื่องไหน การเชื่อมต่อค้างโดยไม่มีใครรู้ และช่องเชื่อมต่อเต็ม ฟังก์ชันในหมวด Features ของ 304 ออกแบบมาแก้ปัญหาเหล่านี้โดยตรง
1–2. Identity Packet และ Heartbeat Packet
Identity Packet ใช้ระบุตัวตนอุปกรณ์เมื่อโมดูลทำงานเป็น TCP Client หรือ UDP Client คู่มือระบุวิธีส่งไว้สองแบบ คือส่งครั้งเดียวตอนสร้างการเชื่อมต่อ หรือแนบไว้ด้านหน้าของทุกแพ็กเก็ตข้อมูล เนื้อหาของ Identity Packet เลือกได้ระหว่างที่อยู่ MAC หรือข้อมูลที่ผู้ใช้กำหนดเอง โดยข้อมูลที่กำหนดเองยาวได้ไม่เกิน 40 ไบต์
Heartbeat Packet ทำให้โมดูลส่งข้อมูลหัวใจออกไปทางพอร์ตอนุกรมหรือทางเครือข่ายเป็นระยะ โดยผู้ใช้กำหนดเนื้อหาและช่วงเวลาได้เอง จุดที่น่าสนใจคือ heartbeat ทั้งสองทิศทางมีประโยชน์ต่างกัน — ฝั่งพอร์ตอนุกรม ใช้เป็นคำสั่งโพลลิงข้อมูล Modbus ได้เลย ส่วน ฝั่งเครือข่าย ใช้แสดงสถานะการเชื่อมต่อและรักษาการเชื่อมต่อไว้ ซึ่งมีผลเฉพาะในโหมด TCP/UDP Client
3. Editable Web Server — ปรับหน้าเว็บให้เป็นแบรนด์ของคุณ
คู่มือระบุว่า TCP232-304 รองรับให้ผู้ใช้แก้ไขหน้าเว็บเซิร์ฟเวอร์บนพื้นฐานเทมเพลตตามความต้องการ แล้วใช้เครื่องมือที่เกี่ยวข้องอัปเกรดเข้าไป โดยผู้ที่ต้องการทำต้องติดต่อฝ่ายขายของผู้ผลิตเพื่อขอซอร์สและเครื่องมือ
ฟีเจอร์นี้มีค่ากับผู้ผลิตเครื่องจักรหรือ system integrator ที่ต้องการส่งมอบระบบให้ลูกค้าปลายทางโดยที่หน้าตั้งค่าเป็นชื่อและรูปแบบของตัวเอง ไม่ใช่หน้ามาตรฐานของผู้ผลิตชิ้นส่วน
4. Reset Function — รีสตาร์ตเมื่อเชื่อมต่อไม่ได้ 30 ครั้ง
เมื่อ 304 ทำงานในโหมด TCP Client มันจะพยายามเชื่อมต่อไปยัง TCP Server ตามที่ตั้งค่าไว้ คู่มืออธิบายพฤติกรรมของฟังก์ชัน Reset ไว้ว่า เมื่อเปิดใช้งาน ตัวอุปกรณ์จะรีสตาร์ตหลังจากพยายามเชื่อมต่อไปยัง TCP Server ครบ 30 ครั้ง แล้วยังเชื่อมไม่สำเร็จ
ในงานที่อุปกรณ์ติดตั้งอยู่ในที่ที่เข้าถึงยาก เช่น บนหลังคาโรงงานหรือในสถานีสูบน้ำนอกเมือง ฟังก์ชันนี้เป็นเหมือนช่างซ่อมอัตโนมัติ เพราะปัญหาส่วนใหญ่ที่ทำให้เชื่อมต่อไม่ได้ค้างหายไปเองหลังรีบูตสแตกเครือข่ายใหม่
5. Index Function — แยกไคลเอนต์หลายตัวออกจากกัน
Index ใช้ในสถานการณ์ที่ 304 ทำงานเป็น TCP Server และมีไคลเอนต์เชื่อมเข้ามามากกว่าหนึ่งตัว คู่มือระบุว่าเมื่อเปิด Index แล้ว ตัวอุปกรณ์จะทำเครื่องหมายกำกับไคลเอนต์แต่ละตัวเพื่อแยกความแตกต่าง ทำให้ผู้ใช้ส่งและรับข้อมูลไปยังไคลเอนต์แต่ละรายตามเครื่องหมายเฉพาะของมันได้
ถ้าไม่เปิดฟังก์ชันนี้ ข้อมูลจากพอร์ตอนุกรมจะถูกกระจายออกไปยังทุกไคลเอนต์เหมือนกันหมด ซึ่งในงานที่มีทั้ง SCADA และระบบบันทึกข้อมูลเชื่อมเข้ามาพร้อมกัน อาจทำให้เกิดความสับสนได้


6. TCP Server Setting — เพดาน 16 ไคลเอนต์และข้อจำกัดที่ต้องรู้
ตัวเลขในหัวข้อนี้สำคัญมากสำหรับการออกแบบระบบ คู่มือระบุว่า 304 ในโหมด TCP Server รองรับไคลเอนต์เชื่อมต่อได้สูงสุด 16 ตัว โดยค่าเริ่มต้นตั้งไว้ที่ 4 ตัว และผู้ใช้เปลี่ยนจำนวนสูงสุดได้ผ่านหน้าเว็บเซิร์ฟเวอร์
แต่มีข้อแม้ที่ต้องอ่านให้ละเอียด — เมื่อจำนวนไคลเอนต์เกิน 4 ตัว ผู้ใช้ต้องทำให้ข้อมูลของแต่ละการเชื่อมต่อน้อยกว่า 200 ไบต์ต่อวินาที นั่นแปลว่าเพดาน 16 ไม่ใช่ตัวเลขที่ใช้ได้ฟรีๆ แต่ต้องแลกมาด้วยการจำกัดปริมาณข้อมูลต่อช่อง
นอกจากนี้ยังมีตัวเลือกให้เปิดหรือปิดฟังก์ชัน kick off old connection เมื่อมีไคลเอนต์เชื่อมเข้ามาเกินจำนวนสูงสุดที่ตั้งไว้
| พารามิเตอร์ | ค่าตามคู่มือผู้ผลิต |
|---|---|
| Identity Packet — ความยาวข้อมูลที่กำหนดเอง | สูงสุด 40 ไบต์ (หรือใช้ที่อยู่ MAC) |
| Identity Packet — วิธีส่ง | ส่งครั้งเดียวตอนเชื่อมต่อ หรือแนบหน้าทุกแพ็กเก็ต |
| Heartbeat Packet | กำหนดเนื้อหาและช่วงเวลาได้ (ทางอนุกรม/ทางเครือข่าย) |
| Reset Function | รีสตาร์ตหลังพยายามเชื่อมต่อไม่สำเร็จ 30 ครั้ง |
| TCP Server — ไคลเอนต์สูงสุด | 16 ตัว (ค่าเริ่มต้น 4 ตัว) |
| TCP Server — ข้อจำกัดเมื่อเกิน 4 ไคลเอนต์ | ข้อมูลต่อการเชื่อมต่อต้องน้อยกว่า 200 ไบต์/วินาที |
| Non-persistent Connection — เวลาหน่วงก่อนตัด | 2–255 วินาที (ค่าเริ่มต้น 3 วินาที) |
| Timeout Reset — ช่วงเวลาที่ตั้งได้ | 60–65535 วินาที (ค่าเริ่มต้น 3600 วินาที) |
7. Non-persistent Connection — เชื่อมเมื่อมีข้อมูล แล้วตัดทิ้ง
ฟังก์ชันนี้ใช้ได้ในโหมด TCP Client คู่มืออธิบายพฤติกรรมว่า อุปกรณ์จะเชื่อมต่อไปยังเซิร์ฟเวอร์และส่งข้อมูลก็ต่อเมื่อได้รับข้อมูลจากฝั่งพอร์ตอนุกรมเข้ามา จากนั้นจะตัดการเชื่อมต่อกับเซิร์ฟเวอร์หลังส่งข้อมูลครบและไม่มีข้อมูลจากทั้งฝั่งอนุกรมและฝั่งเครือข่ายเป็นเวลาที่กำหนด ซึ่งตั้งได้ระหว่าง 2 ถึง 255 วินาที ค่าเริ่มต้น 3 วินาที
รูปแบบนี้เหมาะกับงานที่ส่งข้อมูลนานๆ ครั้ง เช่น มิเตอร์ที่รายงานค่าวันละไม่กี่ครั้ง โดยเฉพาะเมื่อเซิร์ฟเวอร์ต้องรองรับอุปกรณ์จำนวนมาก เพราะการไม่ถือ session ค้างไว้ทำให้เซิร์ฟเวอร์รับอุปกรณ์ได้มากกว่าเดิมหลายเท่าด้วยทรัพยากรเท่าเดิม
8. Timeout Reset — รีเซ็ตเมื่อเครือข่ายเงียบนานเกินไป
คู่มือเรียกฟังก์ชันนี้ว่า no data reset โดยอธิบายว่าหากฝั่งเครือข่ายไม่มีการรับส่งข้อมูลเกินเวลาที่กำหนด อุปกรณ์จะรีเซ็ตตัวเอง ช่วงเวลาที่ตั้งได้คือ 60 ถึง 65535 วินาที ค่าเริ่มต้น 3600 วินาที และมีข้อควรรู้สำคัญคือ ถ้าตั้งค่าต่ำกว่า 60 วินาที ฟังก์ชันนี้จะถูกปิดการทำงาน
สรุปแนวทางเลือกเปิดใช้
สำหรับงานที่มีอุปกรณ์หลายจุดส่งเข้าเซิร์ฟเวอร์กลาง ให้เปิด Identity Packet และ Heartbeat เป็นอันดับแรก สำหรับจุดติดตั้งที่เข้าถึงยาก ให้เปิด Reset Function และ Timeout Reset สำหรับระบบที่มีหลายไคลเอนต์เชื่อมเข้ามา ให้เปิด Index และปรับจำนวนไคลเอนต์สูงสุดพร้อมคำนวณปริมาณข้อมูลไม่ให้เกิน 200 ไบต์ต่อวินาทีต่อช่อง
ดูรุ่นตัวแปลง RS485 เป็น Ethernet และ Serial Device Server ทั้งหมดได้ที่ หมวดอุปกรณ์เครือข่ายอุตสาหกรรม ของ VR Automation
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
เชื่อมไคลเอนต์ครบ 16 ตัวแล้วข้อมูลจะช้าลงไหม
มีโอกาสสูง เพราะคู่มือกำหนดเงื่อนไขว่าเมื่อมีไคลเอนต์เกิน 4 ตัว ข้อมูลของแต่ละการเชื่อมต่อต้องน้อยกว่า 200 ไบต์ต่อวินาที หากเกินกว่านั้นควรแบ่งโหลดไปยังอุปกรณ์ตัวที่สอง
Identity Packet ต่างจาก Heartbeat Packet อย่างไร
Identity Packet ใช้บอกว่า “ฉันคือใคร” เพื่อให้เซิร์ฟเวอร์แยกอุปกรณ์ออกจากกัน ส่วน Heartbeat Packet ใช้บอกว่า “ฉันยังอยู่” เพื่อรักษาการเชื่อมต่อและแสดงสถานะ ทั้งสองใช้ได้เฉพาะโหมด TCP/UDP Client
ตั้ง Timeout Reset ที่ 30 วินาทีได้หรือไม่
ไม่ได้ผล คู่มือระบุว่าค่าที่ตั้งได้อยู่ระหว่าง 60–65535 วินาที และหากตั้งต่ำกว่า 60 วินาที ฟังก์ชันนี้จะถูกปิดการทำงานโดยอัตโนมัติ
สนใจสั่งซื้อ USR-TCP232-304 PUSR?
VR Automation จำหน่ายและให้บริการติดตั้ง พร้อมทีมช่างผู้เชี่ยวชาญ
โทรสอบถามราคา: 083-848-8314
อีเมล: [email protected]
Line: @vrautomation
สต๊อกกรุณาสอบถาม | รับประกันสินค้า | บริการหลังการขาย | ออกใบกำกับภาษีได้
แหล่งข้อมูลและมาตรฐานอ้างอิง
- Catalog: USR-TCP232-304-User-Manual_V1.0.3.01.pdf — VR Automation (เอกสารเทคนิคจากผู้ผลิต)
- PUSR — USR-TCP232-304 User Manual (PDF) — คู่มือผู้ใช้ฉบับทางการที่ระบุค่าพารามิเตอร์ทุกฟังก์ชันในบทความ
- PUSR — USR-TCP232-302/304/306 Datasheet — เอกสารสเปคเปรียบเทียบรุ่นในตระกูลเดียวกัน
- PUSR — Optimization of Heartbeat Packet Mechanism — บทความจากผู้ผลิตเรื่องการปรับกลไก heartbeat ให้เหมาะกับงานจริง

