วันที่ 19 สิงหาคม 2569 | ความรู้เชิงลึก | VR Automation

เมื่อโรงงานติดตั้งเกตเวย์ 4G กระจายอยู่หลายสิบจุด ปัญหาแรกที่เซิร์ฟเวอร์ปลายทางเจอไม่ใช่เรื่องแบนด์วิดท์ แต่คือการแยกไม่ออกว่าข้อมูลที่วิ่งเข้ามาเป็นของอุปกรณ์ตัวไหน เพราะ IP ที่ผู้ให้บริการมือถือแจกให้เปลี่ยนได้ทุกครั้งที่เชื่อมต่อใหม่ ปัญหาที่สองคือการเชื่อมต่อ TCP ที่ดูเหมือนยังอยู่แต่จริง ๆ ตายไปแล้ว เกตเวย์ MT200 แก้ทั้งสองเรื่องด้วยฟังก์ชันคู่กันคือแพ็กเกจลงทะเบียนและแพ็กเกจฮาร์ตบีต บทความนี้อธิบายกลไกทั้งสองพร้อมชุดไวลด์การ์ดที่ใช้ประกอบเนื้อหาได้จริง
แพ็กเกจลงทะเบียนทำงานอย่างไร
ฟังก์ชันแพ็กเกจลงทะเบียนเปิดใช้ได้ในโหมด TCP Client แบบส่งผ่านข้อมูลโปร่งใส คู่มืออธิบายว่าเมื่อฝั่งที่สร้างการเชื่อมต่อได้รับข้อมูลจากพอร์ตอนุกรม อุปกรณ์จะเติมเนื้อหาของแพ็กเกจลงทะเบียนเข้าไปโดยอัตโนมัติแล้วจึงส่งไปยังเซิร์ฟเวอร์
เนื้อหาที่ใส่ได้มีทั้งเลขเวอร์ชัน MAC address ICCID IMEI หรือข้อความที่ผู้ใช้กำหนดเอง และรองรับ 3 รูปแบบการส่ง คือส่งครั้งเดียวตอนสร้างการเชื่อมต่อ ส่งนำหน้าทุกแพ็กเกตข้อมูล หรือเปิดใช้ทั้งสองรูปแบบพร้อมกัน
รูปแบบแรกเหมาะกับเซิร์ฟเวอร์ที่ผูกข้อมูลกับเซสชันไว้ตั้งแต่ต้น ส่วนรูปแบบที่สองเหมาะกับเซิร์ฟเวอร์ที่ประมวลผลแบบไร้สถานะ เพราะทุกแพ็กเกตจะมีตัวระบุอุปกรณ์ติดมาด้วยเสมอ
ชุดไวลด์การ์ดที่ประกอบเนื้อหาได้
สิ่งที่ทำให้ฟังก์ชันนี้ยืดหยุ่นคือระบบไวลด์การ์ด ซึ่งผสมกับข้อความที่กำหนดเองได้ ตัวอย่างในคู่มือคือการตั้งเนื้อหาเป็น HF5111B ตามด้วยเลขเวอร์ชันและ MAC address
จุดที่ต้องระวังคือรูปแบบข้อมูลของแต่ละไวลด์การ์ดไม่เหมือนกัน บางตัวเป็น ASCII ที่อ่านออกได้ตรง ๆ บางตัวเป็น HEX ที่ต้องแปลงก่อน หากเซิร์ฟเวอร์ปลายทางถอดรหัสผิดรูปแบบ จะแยกอุปกรณ์ไม่ออกทั้งที่ข้อมูลถูกส่งมาแล้ว
| ไวลด์การ์ด | ความหมาย | รูปแบบ | ตัวอย่างจากคู่มือ |
|---|---|---|---|
%MAC |
MAC address | ASCII | ACCF23208888 |
%HMAC |
MAC address | HEX | F0FE6B889090 |
%VER |
เลขเวอร์ชัน 3 ไบต์ (หลัก/รอง/ชั่วคราว) | HEX | 010003 หมายถึงเวอร์ชัน 1.0.03 |
%DATE |
ปี เดือน วัน แบบ YYYYMMDD | ASCII | 20190211 |
%TIME |
ชั่วโมง นาที วินาที แบบ HHMMSS | ASCII | 165036 (ช่วง 000000–235959) |
%GPS |
ข้อมูลพิกัดตำแหน่ง | ASCII | 121.623046,31.221429 |
%HOST |
ชื่อโฮสต์ที่ตั้งด้วย AT+HOST | ASCII | Eport-HF2411 |

แพ็กเกจฮาร์ตบีตกับการตรวจจับการเชื่อมต่อที่ตายแล้ว
ฟังก์ชันฮาร์ตบีตเปิดใช้ในโหมด TCP Client แบบส่งผ่านข้อมูลโปร่งใสเช่นกัน โดยโมดูลจะส่งข้อมูลฮาร์ตบีตไปยังเซิร์ฟเวอร์ตามรอบเวลาที่กำหนด และรีเซ็ตตัวจับเวลานี้ทุกครั้งที่ได้รับข้อมูลจากเซิร์ฟเวอร์ จึงไม่ส่งฮาร์ตบีตซ้ำซ้อนโดยไม่จำเป็น
วัตถุประสงค์หลักมี 2 ข้อ ข้อแรกคือรักษาการเชื่อมต่อกับเซิร์ฟเวอร์ไว้ ข้อที่สองคือให้โมดูลที่ว่างเป็นเวลานาน ซึ่งไม่มีข้อมูลส่งออกไปเลย สามารถตรวจสอบได้ว่าสถานะการเชื่อมต่อยังใช้งานได้จริงหรือไม่
เกณฑ์ตัดสินที่คู่มือระบุไว้ชัดคือ เมื่อการเชื่อมต่อผิดปกติ โมดูลจะตรวจพบว่าส่งข้อมูลฮาร์ตบีตไปยังเซิร์ฟเวอร์ไม่สำเร็จ และเมื่อจำนวนครั้งที่ล้มเหลวมากกว่า 3 ครั้ง โมดูลจะถือว่าการเชื่อมต่อผิดปกติแล้วพยายามเชื่อมต่อใหม่
เนื้อหาฮาร์ตบีตเริ่มต้นคือ MAC address ของอุปกรณ์ และคู่มือระบุว่าแพ็กเกจฮาร์ตบีตรองรับไวลด์การ์ดชุดเดียวกับแพ็กเกจลงทะเบียน
ความสัมพันธ์กับ KeepAlive และ Timeout
หลายคนสับสนว่าเมื่อมี TCP KeepAlive แล้วยังต้องใช้ฮาร์ตบีตอีกทำไม คำตอบคือทั้งสองทำงานคนละชั้น
TCP KeepAlive (ค่าเริ่มต้น 60 วินาที) ทำงานที่ชั้นขนส่ง ตรวจว่าซ็อกเก็ตยังมีชีวิตในระดับโปรโตคอลหรือไม่ ส่วน Timeout (ค่าเริ่มต้น 300 วินาที ช่วง 0–600) จะตัดการเชื่อมต่อเมื่อไม่ได้รับข้อมูลจากเซิร์ฟเวอร์ภายในเวลาที่กำหนด โดยข้อมูลที่ไคลเอนต์ส่งเองจะไม่รีเซ็ตตัวจับเวลานี้
ฮาร์ตบีต ทำงานที่ชั้นแอปพลิเคชัน ซึ่งเซิร์ฟเวอร์มองเห็นและตอบสนองได้ นี่เป็นเหตุผลที่งานภาคสนามผ่าน 4G นิยมเปิดทั้งสามอย่างพร้อมกัน เพราะบางครั้ง NAT ของผู้ให้บริการตัดเซสชันเงียบ ๆ โดยที่ทั้งสองฝั่งยังคิดว่าการเชื่อมต่อปกติดี
การนำไปใช้งานในอุตสาหกรรม
- ฟาร์มเกตเวย์ 4G หลายสิบจุด — ใช้ %MAC เป็นตัวระบุอุปกรณ์ในฐานข้อมูล แทนการอ้างอิงด้วย IP ที่ผู้ให้บริการเปลี่ยนได้ตลอด
- งานที่ต้องรู้ตำแหน่งอุปกรณ์ — เปิด %GPS ในแพ็กเกจลงทะเบียนสำหรับรถหรือเครื่องจักรเคลื่อนที่ ทำให้เซิร์ฟเวอร์รู้ทั้งตัวตนและพิกัดในแพ็กเกตเดียว
- ระบบเซิร์ฟเวอร์แบบไร้สถานะ — เปิดโหมดเติมแพ็กเกจลงทะเบียนนำหน้าทุกแพ็กเกตข้อมูล เพื่อให้แต่ละแพ็กเกตแยกแยะตัวเองได้โดยไม่ต้องเก็บสถานะเซสชัน
ดูสินค้าในหมวดที่เกี่ยวข้องได้ที่ เกตเวย์ IoT และอุปกรณ์เครือข่ายอุตสาหกรรม หรือเลือกชมสินค้าทั้งหมดที่ ร้านค้า VR Automation
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
แพ็กเกจลงทะเบียนกับฮาร์ตบีตใช้ได้ในโหมดไหนบ้าง
คู่มือระบุว่าทั้งสองฟังก์ชันเปิดใช้ได้ในโหมด TCP Client แบบส่งผ่านข้อมูลโปร่งใส เนื่องจากทั้งคู่ออกแบบมาเพื่อให้เกตเวย์ที่เชื่อมออกไปหาเซิร์ฟเวอร์สามารถระบุตัวตนและรักษาการเชื่อมต่อได้
ส่งฮาร์ตบีตไม่สำเร็จกี่ครั้งอุปกรณ์จึงจะเชื่อมต่อใหม่
คู่มือระบุตัวเลขไว้ชัดเจนว่าเมื่อจำนวนครั้งที่ล้มเหลวมากกว่า 3 ครั้ง โมดูลจะถือว่าการเชื่อมต่อผิดปกติและพยายามเชื่อมต่อกับเซิร์ฟเวอร์ใหม่
ใช้ทั้ง KeepAlive และฮาร์ตบีตพร้อมกันซ้ำซ้อนหรือไม่
ไม่ซ้ำซ้อน เพราะทำงานคนละชั้น KeepAlive อยู่ที่ชั้นขนส่งซึ่งแอปพลิเคชันฝั่งเซิร์ฟเวอร์มักมองไม่เห็น ส่วนฮาร์ตบีตอยู่ที่ชั้นแอปพลิเคชันซึ่งเซิร์ฟเวอร์ตรวจสอบและบันทึกได้ งานภาคสนามผ่านเครือข่ายมือถือจึงนิยมเปิดทั้งคู่
สรุป
แพ็กเกจลงทะเบียนตอบคำถามว่าข้อมูลมาจากใคร ส่วนแพ็กเกจฮาร์ตบีตตอบคำถามว่าอุปกรณ์ยังมีชีวิตอยู่หรือไม่ ทั้งสองอย่างเป็นพื้นฐานที่ระบบ IIoT ระดับหลายสิบจุดขาดไม่ได้ ตัวเลขที่ควรจำคือฮาร์ตบีตล้มเหลวเกิน 3 ครั้งอุปกรณ์จะเชื่อมต่อใหม่ และรูปแบบไวลด์การ์ดมีทั้ง ASCII และ HEX ซึ่งต้องตรงกับตัวถอดรหัสฝั่งเซิร์ฟเวอร์ วางแผนสองเรื่องนี้ตั้งแต่ก่อนติดตั้ง จะประหยัดเวลาไล่ปัญหาไปได้มาก
แหล่งข้อมูลและมาตรฐานอ้างอิง
- Catalog: Mortise and tenon series product software functions_20250312.pdf (75 หน้า) — VR Automation (เอกสารเทคนิคจากผู้ผลิต)
- InHand Networks — What is DTU? Industrial IoT DTU Capabilities — อธิบายบทบาทของแพ็กเกจลงทะเบียนและฮาร์ตบีตในอุปกรณ์ DTU อุตสาหกรรม
- Zhongyi — How to Use IoT DTU Devices: A Beginner Guide — อธิบายขั้นตอนเลือกโปรโตคอลและเปิดฮาร์ตบีตกับแพ็กเกจลงทะเบียน
- Alibaba Cloud — KeepAlive and heartbeat packets in a TCP connection probe — เปรียบเทียบกลไก TCP KeepAlive กับฮาร์ตบีตระดับแอปพลิเคชัน

สนใจ เกตเวย์ MT200 สำหรับงาน IIoT?
VR Automation จำหน่ายและให้บริการติดตั้ง พร้อมทีมช่างผู้เชี่ยวชาญ
โทรสอบถามราคา: 083-848-8314
อีเมล: [email protected]
Line: @vrautomation
สต๊อกกรุณาสอบถาม | รับประกันสินค้า | บริการหลังการขาย | ออกใบกำกับภาษีได้
