วันที่ 19 สิงหาคม 2569 | คู่มือใช้งาน | VR Automation

ทีมไอทีของโรงงานมักมีระบบหลังบ้านที่รับข้อมูลผ่าน REST API อยู่แล้ว ไม่ว่าจะเป็น ERP ระบบบำรุงรักษา หรือแดชบอร์ดที่เขียนเอง แต่เครื่องจักรหน้าไลน์กลับพูดได้แค่ RS232 หรือ RS485 การเขียนตัวกลางแปลงโปรโตคอลขึ้นมาเองหมายถึงต้องมีเซิร์ฟเวอร์อีกเครื่องและโค้ดอีกชุดที่ต้องดูแล เกตเวย์ MT200 มีทางลัดที่ตรงกว่านั้น คือโหมด HTTP ซึ่งเติมและตัดหัวโปรโตคอลให้อัตโนมัติ ทำให้ข้อมูลจากพอร์ตอนุกรมกลายเป็นคำขอ HTTP ที่ Web API รับได้ทันที
หลักการทำงานของโหมด HTTP
เมื่อตั้งช่องซ็อกเก็ตให้ทำงานในโหมด HTTP ผ่านซอฟต์แวร์คอนฟิกหรือหน้าเว็บ อุปกรณ์จะทำสองอย่างโดยอัตโนมัติ
ขาส่งออก อุปกรณ์จะเติมหัวโปรโตคอล HTTP ให้กับข้อมูลที่รับมาจากพอร์ตอนุกรมแล้วส่งไปยังเซิร์ฟเวอร์ HTTP
ขารับกลับ อุปกรณ์จะตัดหัว HTTP ออกจากข้อมูลที่เซิร์ฟเวอร์ส่งกลับมา แล้วส่งเฉพาะเนื้อข้อมูลออกทางพอร์ตอนุกรม
ผลคืออุปกรณ์ปลายทางที่พูดได้แค่ข้อความอนุกรมธรรมดา สามารถคุยกับ Web API สมัยใหม่ได้โดยไม่ต้องแก้เฟิร์มแวร์ของตัวเองแม้แต่บรรทัดเดียว
ความต่างระหว่าง GET กับ POST ในทางปฏิบัติ
คู่มืออธิบายความต่างไว้ตรงจุดที่วางข้อมูล สำหรับคำขอแบบ GET ข้อมูลที่พอร์ตอนุกรมรับมาจะถูกวางไว้หลังส่วนพาธ โดยอุปกรณ์เติมเครื่องหมาย ? ระหว่างพาธกับข้อมูลให้เอง ส่วนคำขอแบบ POST ข้อมูลจะถูกวางไว้ในส่วนเนื้อหา และอุปกรณ์เติมฟิลด์ Content-Length ให้อัตโนมัติตามจำนวนไบต์ที่รับมาจากพอร์ตอนุกรม
ตัวอย่างจากคู่มือ เมื่อพอร์ตอนุกรมรับข้อมูล pppp และตั้งพาธเป็น /1111 คำขอแบบ GET ที่ส่งออกจะเป็น GET /1111?pppp HTTP/1.1 พร้อมบรรทัด Host: 192.168.83.107 ขณะที่คำขอแบบ POST จะเป็น POST /1111 HTTP/1.1 ตามด้วย Host และ Content-Length: 4 แล้วจึงเป็นเนื้อหา pppp
ในขาตอบกลับ ตัวอย่างของคู่มือคือเซิร์ฟเวอร์ตอบ HTTP/1.1 200 OK พร้อม Content-Length: 5 และเนื้อหา DDDDD ซึ่งพอร์ตอนุกรมของอุปกรณ์จะแสดงผลออกมาเป็น DDDDD เท่านั้น โดยหัวทั้งหมดถูกตัดทิ้งไปแล้ว
| หัวข้อ | โหมด GET | โหมด POST |
|---|---|---|
| ตำแหน่งข้อมูล | ต่อท้ายพาธ | อยู่ในส่วนเนื้อหา |
| ตัวคั่นที่อุปกรณ์เติมให้ | เครื่องหมาย ? |
ฟิลด์ Content-Length |
| ตัวอย่างบรรทัดคำขอ | GET /1111?pppp HTTP/1.1 |
POST /1111 HTTP/1.1 |
| เหมาะกับข้อมูล | สั้น เป็นค่าตัวเลขไม่กี่ตัว | ยาวขึ้น หรือเป็นโครงสร้าง JSON |
| ข้อจำกัดความยาวพาธ | 63 ไบต์ | 63 ไบต์ |
| ค่าเริ่มต้นของอุปกรณ์ | ต้องเลือกเอง | เป็นค่าเริ่มต้น |

พารามิเตอร์ที่ต้องตั้งตอนสร้างช่องโหมด HTTP
เมื่อสร้างซ็อกเก็ตด้วย SOCK/New แล้วเลือกโหมด HTTP ระบบจะถามพารามิเตอร์เพิ่ม 4 รายการ
HTTP type ชนิดคำขอ ค่าเริ่มต้นคือ POST เลือกได้ระหว่าง POST กับ GET
HTTP path เส้นทางของคำขอ คู่มือระบุว่าต้องขึ้นต้นด้วยเครื่องหมาย / และยาวได้สูงสุด 63 ไบต์
HTTP version เวอร์ชันโปรโตคอล ค่าเริ่มต้น 1.0 เลือกได้ระหว่าง 1.0 กับ 1.1
HTTP parameters สำหรับใส่หัว HTTP เพิ่มเติม ใส่ได้หลายบรรทัดโดยจบแต่ละบรรทัดด้วย Enter ถ้าไม่ต้องการใส่ให้กด Enter ผ่านไป โดยความยาวรวมของหัวคำขอทั้งหมดต้องน้อยกว่า 250 ไบต์ ช่องนี้คือจุดที่ใช้ใส่คีย์ยืนยันตัวตนหรือกำหนดชนิดเนื้อหา
ข้อควรพิจารณาก่อนเลือกโหมด HTTP
โหมด HTTP เหมาะกับการรายงานค่าเป็นช่วงมากกว่าการสตรีมข้อมูลต่อเนื่อง เพราะทุกคำขอมีค่าใช้จ่ายเรื่องหัวโปรโตคอล ถ้าต้องส่งข้อมูลถี่มาก โหมด MQTT หรือ TCP แบบส่งผ่านโปร่งใสจะประหยัดกว่า
ควรวางแผนเรื่องขนาดข้อมูลด้วย เพราะบัฟเฟอร์ของช่องซ็อกเก็ตมีค่าเริ่มต้น 512 ไบต์ และตั้งได้สูงสุด 1400 ไบต์ ข้อมูลที่ยาวกว่านี้จะถูกแบ่งเป็นหลายคำขอ
สำหรับการเข้ารหัส คู่มือระบุว่าโหมด TLS 1.2 รองรับเฉพาะเมื่อซ็อกเก็ตทำงานในโหมด TCP Client เท่านั้น ดังนั้นหากต้องการเรียก HTTPS โดยตรงควรตรวจสอบข้อจำกัดนี้กับรุ่นและเวอร์ชันเฟิร์มแวร์ที่ใช้งานจริงก่อนออกแบบระบบ
การนำไปใช้งานในอุตสาหกรรม
- ส่งค่ามิเตอร์เข้าระบบ ERP — อ่านค่าจากมิเตอร์ผ่าน RS485 แล้วยิงเป็น POST เข้าเอนด์พอยต์ของ ERP ตามรอบ โดยไม่ต้องมีเซิร์ฟเวอร์ตัวกลาง
- แจ้งเตือนเข้าระบบแจ้งซ่อม — เมื่อเครื่องจักรส่งข้อความแจ้งความผิดปกติออกทางพอร์ตอนุกรม ให้เกตเวย์แปลงเป็นคำขอ HTTP เข้าระบบเปิดใบงานทันที
- บันทึกข้อมูลลงฐานข้อมูลผ่าน API สั้น ๆ — ใช้โหมด GET กับค่าตัวเลขไม่กี่ตัว ทำให้เขียนฝั่งรับได้ง่ายและอ่านล็อกของเว็บเซิร์ฟเวอร์ได้ตรง ๆ
ดูสินค้าในหมวดที่เกี่ยวข้องได้ที่ เกตเวย์เชื่อมต่อระบบและอุปกรณ์เครือข่ายอุตสาหกรรม หรือเลือกชมสินค้าทั้งหมดที่ ร้านค้า VR Automation
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
โหมด HTTP รองรับ HTTPS ด้วยหรือไม่
คู่มือระบุตัวเลือกความปลอดภัยของซ็อกเก็ตไว้ว่า TLS 1.2 แบบไม่ใช้ใบรับรองรองรับเฉพาะโหมด TCP Client ส่วน AES และ DES3 รองรับทั้ง TCP และ UDP ดังนั้นหากต้องการเรียกปลายทางแบบ HTTPS ควรตรวจสอบข้อจำกัดกับรุ่นและเฟิร์มแวร์ที่ใช้จริงก่อนออกแบบระบบ
ใส่หัว HTTP เพิ่มเองได้กี่บรรทัด
ใส่ได้หลายบรรทัด โดยจบแต่ละบรรทัดด้วยการกด Enter แต่คู่มือกำหนดเพดานรวมไว้ว่าความยาวของข้อมูลหัวคำขอ HTTP ทั้งหมดต้องน้อยกว่า 250 ไบต์
ข้อมูลที่เซิร์ฟเวอร์ตอบกลับมาจะมีหัว HTTP ติดมาด้วยไหม
ไม่มี คู่มือระบุว่าอุปกรณ์จะกรองข้อมูล HTTP ที่รับมา ตัดส่วนหัวออก แล้วส่งเฉพาะเนื้อข้อมูลไปยังพอร์ตอนุกรม ตัวอย่างในคู่มือคือเซิร์ฟเวอร์ตอบ Content-Length เป็น 5 พร้อมเนื้อหา DDDDD และพอร์ตอนุกรมจะได้รับเฉพาะ DDDDD
สรุป
โหมด HTTP ทำให้อุปกรณ์อนุกรมรุ่นเก่าคุยกับ Web API สมัยใหม่ได้โดยไม่ต้องเขียนตัวกลางเอง กฎที่ควรจำมีสามข้อ คือ GET วางข้อมูลหลังพาธพร้อมเครื่องหมายคำถามที่อุปกรณ์เติมให้ POST วางข้อมูลในเนื้อหาพร้อม Content-Length ที่คำนวณอัตโนมัติ และหัวคำขอทั้งหมดรวมกันต้องน้อยกว่า 250 ไบต์ ออกแบบเอนด์พอยต์ให้พาธสั้น ข้อมูลกระชับ แล้วโหมดนี้จะทำงานได้เสถียรในระยะยาว
แหล่งข้อมูลและมาตรฐานอ้างอิง
- Catalog: Mortise and tenon series product software functions_20250312.pdf (75 หน้า) — VR Automation (เอกสารเทคนิคจากผู้ผลิต)
- Steve’s Internet Guide — Using HTTP APIs For IoT: Beginners Guide — อธิบายการใช้ HTTP GET/POST สำหรับส่งข้อมูลอุปกรณ์ IoT
- ThingsBoard — IoT Gateway REST Connector — ตัวอย่างรูปแบบเกตเวย์ที่แปลงข้อมูลอุปกรณ์เป็น REST endpoint
- IoT For All — IoT Is Eating the World: APIs and REST — บริบทการแมป HTTP method เข้ากับการทำงานของระบบหลังบ้าน

สนใจ เกตเวย์ MT200 สำหรับเชื่อมต่อ Web API?
VR Automation จำหน่ายและให้บริการติดตั้ง พร้อมทีมช่างผู้เชี่ยวชาญ
โทรสอบถามราคา: 083-848-8314
อีเมล: [email protected]
Line: @vrautomation
สต๊อกกรุณาสอบถาม | รับประกันสินค้า | บริการหลังการขาย | ออกใบกำกับภาษีได้
