สั่งงานบอร์ด I/O ของ MT200 ผ่าน CLI: คำสั่ง lsnode, relay, di, di-count, board-ping และ ota-start | VR Automation

สั่งงานบอร์ด I/O ของ MT200 ผ่าน CLI: คำสั่ง lsnode, relay, di, di-count, board-ping และ ota-start

วันที่ 19 สิงหาคม 2569 | คู่มือใช้งาน | VR Automation

สั่งงานบอร์ด I/O ของ MT200 ผ่าน CLI: คำสั่ง lsnode, relay, di, di-count, board-ping และ ota-start

จุดขายสำคัญของเกตเวย์ MT200 คือสถาปัตยกรรมแบบเข้าเดือย (Mortise and Tenon) ที่ต่อบอร์ด I/O ขยายเข้าข้างตัวเกตเวย์ได้โดยไม่ต้องเดินสายเพิ่ม แต่เวลาไล่ปัญหาหน้างาน การเปิดซอฟต์แวร์ IOTMaster ทุกครั้งไม่สะดวกเสมอไป โดยเฉพาะเมื่อสงสัยว่าปัญหาอยู่ที่ตัวบอร์ด สายสัญญาณ หรือฝั่งลอจิก คู่มือซอฟต์แวร์ของ Hi-Flying จึงมีไดเรกทอรี MT20 ซึ่งรวมคำสั่งจัดการบอร์ด I/O ไว้ทั้งหมด สั่งรีเลย์ อ่าน DI ปิงบอร์ด และอัปเดตเฟิร์มแวร์ได้จากบรรทัดคำสั่งเดียว บทความนี้เรียบเรียงคำสั่งทั้งชุดพร้อมขอบเขตพารามิเตอร์ที่ระบุไว้ในคู่มือ

เริ่มจากรู้ว่ามีบอร์ดอะไรเสียบอยู่บ้าง

คำสั่งแรกที่ควรใช้เสมอคือ lsnode ซึ่งแสดงข้อมูลพื้นฐานของบอร์ด I/O ทุกตัวที่เกตเวย์ตรวจพบในขณะนั้น ผลลัพธ์จากคำสั่งนี้จะบอกเลขสลอต (addr) ที่ต้องใช้เป็นพารามิเตอร์ของคำสั่งอื่นเกือบทั้งหมด

ต่อด้วย board-type [addr] เพื่อดูชนิดบอร์ดในสลอตนั้น และ fw-ver [addr] เพื่อดูเวอร์ชันเฟิร์มแวร์ของบอร์ด สองคำสั่งนี้สำคัญมากเวลามีบอร์ดหลายรุ่นปนกันในตู้เดียว เพราะบางคำสั่งใช้ได้เฉพาะบางบอร์ดเท่านั้น

ส่วน board-uid [addr] จะแสดงรหัสเฉพาะของบอร์ดซึ่งคู่มือระบุว่าเทียบเท่ากับ MAC address เหมาะกับงานที่ต้องทำทะเบียนทรัพย์สินหรือผูกสิทธิ์การใช้งาน

อ่านและสั่งงาน I/O จริง

getconfig [addr] [name] และ getstatus [addr] [name] ใช้ดูค่าคอนฟิกและสถานะของอุปกรณ์ต่อพ่วงบนบอร์ดที่ระบุ โดยพารามิเตอร์ name รองรับ 4 ค่า ได้แก่ di, do, ai และ ao

relay [on|off] [addr] [id] สั่งเปิดหรือปิดรีเลย์ตามช่องที่ระบุ โดย id อยู่ในช่วง 1–4 เมื่อสั่งเสร็จอุปกรณ์จะแสดงสถานะรีเลย์ทั้งหมดในปัจจุบันให้ดูทันที ซึ่งช่วยยืนยันผลได้ในคำสั่งเดียว

di [addr] อ่านสถานะดิจิทัลอินพุตทุกช่องของบอร์ดที่ระบุ ผลลัพธ์เป็นเลขฐานสิบหกโดย หนึ่งบิตต่อหนึ่ง DI และ BIT0 ตรงกับ DI1 ไล่ลำดับขึ้นไป การอ่านแบบนี้ทำให้ตรวจอินพุตทั้งบอร์ดได้ในบรรทัดเดียว

สำหรับบอร์ดรุ่น 4FD4RK โดยเฉพาะ มีคำสั่ง scn และ scp สำหรับอ่านหรือเขียนขา SCN/SCP รูปแบบคือ scn [r|w] [addr] [val] โดยค่า val เป็นฐานสิบหกที่ SCN1–SCN4 ตรงกับ BIT0–BIT3 คู่มือระบุข้อจำกัดไว้ชัดว่าสองคำสั่งนี้ใช้ได้เฉพาะบอร์ด 4FD4RK เท่านั้น

อีกคำสั่งที่มีประโยชน์มากคือ di-count [addr] [id] [count] ใช้แก้ค่าตัวนับของ DI ช่องที่ระบุ เหมาะกับงานนับชิ้นงานที่ต้องรีเซ็ตค่าตอนเริ่มกะ หรือกรณีต้องตั้งค่าเริ่มต้นให้ตรงกับตัวนับเชิงกล

คำสั่ง รูปแบบ หน้าที่ ขอบเขตพารามิเตอร์
lsnode lsnode แสดงบอร์ด I/O ทั้งหมดที่ตรวจพบ ไม่มีพารามิเตอร์
reset reset [addr] รีสตาร์ตบอร์ดตามสลอต addr = 1 ถึงเลขสลอตสูงสุด
getstatus getstatus [addr] [name] อ่านสถานะอุปกรณ์ต่อพ่วง name = di, do, ai, ao
relay relay [on|off] [addr] [id] สั่งรีเลย์เปิด/ปิด id = 1–4
di di [addr] อ่าน DI ทุกช่องเป็นฐานสิบหก BIT0 = DI1
di-count di-count [addr] [id] [count] แก้ค่านับของ DI id = 1 ถึงจำนวน DI สูงสุดของบอร์ด
board-number board-number [num] ตั้งจำนวนบอร์ดสูงสุดที่รองรับ num = 1–32 (ค่าเริ่มต้น 32)
ota-start ota-start [addr] [file] เริ่มอัปเดตเฟิร์มแวร์บอร์ด file = พาธแบบเต็ม
ตารางสรุป mt20 relay di command mt200
ขอบเขตพารามิเตอร์คำสั่งกลุ่ม MT20 — ค่าอ้างอิงจากคู่มือผู้ผลิต
💡 Pro Tip: เวลาเจอ I/O ไม่ทำงาน ให้ไล่จากล่างขึ้นบนเสมอ เริ่มที่ board-ping เพื่อยืนยันชั้นสื่อสาร ตามด้วย di หรือ getstatus เพื่อดูว่าสัญญาณเข้ามาถึงบอร์ดจริงหรือไม่ แล้วค่อยไปดูลอจิกบนแลดเดอร์ วิธีนี้ตัดสาเหตุออกได้ทีละชั้นและมักหาต้นตอเจอภายในสองสามคำสั่ง

ไล่ปัญหาการสื่อสารระหว่างเกตเวย์กับบอร์ด

เมื่อบอร์ดไม่ตอบสนอง ให้เริ่มจาก board-ping [addr] ซึ่งใช้ตรวจว่าเกตเวย์สื่อสารกับบอร์ดในสลอตนั้นได้ปกติหรือไม่ ถ้าปิงไม่ผ่าน ปัญหาอยู่ที่ระดับบัสไม่ใช่ระดับลอจิก

ถัดมาคือ board-test [addr] ซึ่งเป็นคำสั่งทดสอบสายการผลิต ทดสอบว่าสัญญาณ POWER, TxH, TxL และ RS422 ระหว่างเกตเวย์กับบอร์ดปกติหรือไม่ ระหว่างรันคำสั่ง ไฟ LED ทุกดวงบนบอร์ดจะกะพริบหนึ่งครั้ง จุดนี้ใช้ยืนยันด้วยตาว่าสั่งถูกบอร์ดจริง

คำสั่ง led [on|off] [addr] [name] สั่งติดหรือดับ LED ที่ระบุ โดยรองรับ ai1–ai4 และ di1–di4 แต่ไม่รองรับ LED ของ PWR และ ERR ซึ่งสงวนไว้แสดงสถานะระบบ

สุดท้าย mbus แสดงสถิติอย่างย่อของบัสข้อความภายในเกตเวย์ และ txqueue [addr] [size] ใช้ดูหรือตั้งจำนวนข้อความสูงสุดที่คิวของบอร์ดนั้นเก็บได้ ค่าเริ่มต้นคือ 10 ข้อความ ถ้าไม่ใส่พารามิเตอร์จะแสดงค่าปัจจุบัน

อัปเดตเฟิร์มแวร์บอร์ด I/O แบบ OTA

บอร์ด I/O อัปเดตเฟิร์มแวร์ได้โดยไม่ต้องถอดออกจากราง ผ่าน 3 คำสั่ง คือ ota-start [addr] [file] ซึ่งต้องระบุชื่อไฟล์เป็นพาธแบบเต็ม, ota-status [addr] สำหรับดูความคืบหน้า และ ota-stop [addr] สำหรับหยุดกระบวนการ

ในระดับตัวเกตเวย์เองก็อัปเดตได้เช่นกันด้วยคำสั่งระดับราก FwUpgrade [url] ซึ่งจะดาวน์โหลดเฟิร์มแวร์จาก URL ที่ระบุ เช่น http://192.168.0.101/mfw.bin ถ้าสำเร็จจะขึ้นข้อความ Upgrade OK! ถ้าล้มเหลวจะขึ้น Upgrade FAIL และเมื่อดาวน์โหลดสำเร็จอุปกรณ์จะรีสตาร์ตเพื่อรันเฟิร์มแวร์ใหม่

การนำไปใช้งานในอุตสาหกรรม

  • ทดสอบตู้ก่อนส่งมอบ — ใช้ relay on/off ไล่ทุกช่องเพื่อยืนยันการเดินสายไปยังคอนแทกเตอร์และหลอดสัญญาณ โดยยังไม่ต้องดาวน์โหลดโปรแกรมควบคุมจริง
  • งานนับชิ้นงานในไลน์ผลิต — ใช้ di-count ตั้งค่าตัวนับให้ตรงกับยอดจริงตอนเปลี่ยนกะ โดยไม่ต้องหยุดเกตเวย์
  • บำรุงรักษาเชิงป้องกัน — เก็บผล fw-ver และ board-uid ของทุกสลอตไว้ในทะเบียนอุปกรณ์ เพื่อวางแผนอัปเดตเฟิร์มแวร์เป็นรอบ

ดูสินค้าในหมวดที่เกี่ยวข้องได้ที่ โมดูล I/O และเกตเวย์เครือข่ายอุตสาหกรรม หรือเลือกชมสินค้าทั้งหมดที่ ร้านค้า VR Automation

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

เกตเวย์ MT200 ต่อบอร์ด I/O ได้สูงสุดกี่ตัว

คู่มือระบุว่าคำสั่ง board-number ตั้งจำนวนบอร์ดสูงสุดที่เกตเวย์รองรับได้ในช่วง 1–32 โดยค่าเริ่มต้นคือ 32 บอร์ด I/O ที่เกินจำนวนที่ตั้งไว้จะถูกละเว้น และบอร์ดที่ถูกตรวจพบก่อนหน้าที่จะแก้ค่านี้จะไม่ได้รับผลกระทบ

คำสั่ง scn กับ scp ใช้กับบอร์ดรุ่นไหนได้บ้าง

คู่มือระบุข้อจำกัดไว้ชัดเจนว่าทั้งสองคำสั่งใช้ได้เฉพาะบอร์ด 4FD4RK เท่านั้น หากสั่งกับบอร์ดรุ่นอื่นจะไม่ทำงาน โดยค่าที่อ่านหรือเขียนเป็นเลขฐานสิบหกที่ SCN1 ถึง SCN4 ตรงกับ BIT0 ถึง BIT3 ตามลำดับ

อ่านค่า DI ออกมาเป็นเลขฐานสิบหก แปลงอย่างไร

ให้แปลงเป็นเลขฐานสองแล้วอ่านทีละบิตจากขวาไปซ้าย BIT0 คือ DI1, BIT1 คือ DI2 ไล่ไปเรื่อย ๆ ตัวอย่างเช่นถ้าได้ค่า 0x05 แปลงเป็น 0101 หมายความว่า DI1 และ DI3 กำลังทำงาน ส่วน DI2 และ DI4 ไม่ทำงาน

สรุป

ไดเรกทอรี MT20 ทำให้บอร์ด I/O ของ MT200 กลายเป็นอุปกรณ์ที่ตรวจสอบและสั่งงานได้จากบรรทัดคำสั่งเดียว ตั้งแต่ระดับสำรวจว่ามีบอร์ดอะไรอยู่ (lsnode, board-type, fw-ver) ระดับสั่งงานจริง (relay, di, di-count, scn/scp) ไปจนถึงระดับซ่อมบำรุง (board-ping, board-test, ota-start) ขอบเขตพารามิเตอร์ที่ควรจำคือรีเลย์ 1–4 ช่องต่อบอร์ด รองรับบอร์ดได้สูงสุด 32 สลอต และคิวข้อความเริ่มต้น 10 ข้อความ เมื่อรวมกับการไล่ปัญหาจากล่างขึ้นบน จะย่นเวลาแก้งานหน้าไซต์ได้อย่างชัดเจน

แหล่งข้อมูลและมาตรฐานอ้างอิง

  1. Catalog: Mortise and tenon series product software functions_20250312.pdf (75 หน้า) — VR Automation (เอกสารเทคนิคจากผู้ผลิต)
  2. Hi-Flying — Programmable Gateway (Mortise & Tenon) — ยืนยันสถาปัตยกรรมเกตเวย์ + บอร์ด I/O แบบเข้าเดือยของตระกูล MT200
  3. Gateway-IoT — Remote Digital Input/Output Modules — บริบทเปรียบเทียบโมดูล DI/DO แบบรีโมตในตลาดอุตสาหกรรม
  4. DirectIndustry — Remote I/O Modules — ภาพรวมประเภทโมดูล I/O ระยะไกลสำหรับงานอัตโนมัติ
ติดต่อ VR Automation

สนใจ โมดูล I/O ตระกูล MTIO1 และเกตเวย์ MT200?

VR Automation จำหน่ายและให้บริการติดตั้ง พร้อมทีมช่างผู้เชี่ยวชาญ

โทรสอบถามราคา: 083-848-8314

อีเมล: [email protected]

Line: @vrautomation

vrautomation.co.th

สต๊อกกรุณาสอบถาม | รับประกันสินค้า | บริการหลังการขาย | ออกใบกำกับภาษีได้

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *